Visual artsneww

ทัศนศิลป์ ต่อ งาน ศิลปะทั้ง 7แขนง

Visual arts

การเสพผลงานศิลปะเราสามารถทำได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัส การได้ยิน การได้กลิ่น การมองเห็นหรือแม้แต่การลิ้มรส พูดง่ายๆ ก็คือเราสามารถใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดในการเสพงานศิลป์ได้ แต่การมองเห็นเป็นการเสพที่ง่ายถูกใช้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะในแขนงไหนก็สามารถใช้การมองเห็นผ่านประสาทสัมผัสทางตาในการเสพผลงานเหล่านั้นได้การเสพผลงานผ่านสายตาที่ว่านี้ เราเรียกกันว่า ทัศนศิลป์

นิยามของคำว่าทัศนศิลป์

ความหมายสั้นๆ ของคำว่าทัศนศิลป์ก็คือ การรับรู้ชื่นชมผลงานศิลปะผ่านทางสายตา นั่นหมายความว่าต้องเป็นศิลปะที่มองเห็นได้ แต่แค่มองเห็นว่าผลงานนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เราก็ยังไม่อาจเรียกว่าเป็นทัศนศิลป์ที่แท้จริงได้ ต้องเป็นการมองเห็นแล้วต่อด้วยการรับรู้ถึงความรู้สึก อิ่มเอมไปกับเส้นสาย แสงเงา และผิวสัมผัส ซึ่งงานศิลปะที่จะใช้กับการเสพแบบทัศนศิลป์ได้ก็มีทั้งแบบที่เป็น 2 มิติ และ 3 มิติ

งานศิลปะทั้ง 7 แขนง

          คำว่า “ศิลปะ” มันมีความหมายค่อนข้างกว้างขวางมาก ไม่อาจระบุขอบเขตเป็นกรอบชัดเจนได้ว่าอะไรคืองานศิลปะบาง มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจของผู้สร้างสรรค์ผลงาน ความหมายแฝงที่อยู่ในผลงาน มุมมองของผู้เสพ อย่างเช่น อาหารจานหนึ่ง จะมองว่าเป็นเพียงปัจจัยสี่สำหรับการดำรงชีวิตอยู่ก็ได้ หรือจะมองให้เป็นงานศิลปะก็ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าแบ่งตามรายละเอียดปลีกย่อยในชิ้นงานศิลปะ เราคงจะได้ประเภทงานศิลป์เป็นล้านๆ แบบ แต่ถ้าจัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ที่มีความเชื่อมโยงคล้ายๆ กัน เราจะแบ่งได้ 7 แขนงดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็น 7 แขนงที่สามารถเสพในลักษณะของทัศนศิลป์ได้ด้วย

  1. จิตรกรรม เป็นภาพวาดเขียนที่จะระบายสีหรือไม่ก็ได้ ส่วนใหญ่แล้วงานจิตรกรรมจะสื่อสารได้ค่อนข้างง่าย มีแก่นแท้ที่แสดงออกชัดเจน
  2. ประติมากรรม เป็นงานปั้นขึ้นรูปแบบ 3 มิติ สามารถมองเห็นได้รอบด้าน โดยสามารถใช้วัสดุในการขึ้นรูปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโลหะ งานไม้ งานปูน หรืองานวัสดุชนิดอื่นๆ
  3. สถาปัตยกรรม เป็นงานก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับศาสตร์ทางศิลปะมากกว่าวิทยาศาสตร์ ความสวยงามที่มาพร้อมกับประโยชน์ใช้สอย ความสมบูรณ์ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย เป็นงานศิลป์ที่แสดงออกถึงแนวคิดสร้างสรรค์อย่างมากแต่ก็ยังอ้างอิงหลักความเป็นไปได้อยู่ด้วย
  4. ภาพพิมพ์ เป็นงานแบบ 2 มิติคล้ายกับจิตรกรรม แต่จะต้องมีแม่พิมพ์ที่แต้มสีแล้วกดลงบนกระดาษให้เป็นแพทเทิร์นแบบต่างๆ
  5. ภาพถ่าย นี่เป็นงานศิลปะที่ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นหลัก เพราะกล้องถ่ายรูปเป็นอุปกรณ์ที่มีแนวทาง เทคนิคในการใช้งานชัดเจน หากฝึกใช้บ่อยๆ ก็สามารถถ่ายรูปคุณภาพดีได้เหมือนกันหมด จะต่างกันก็ตรงที่ใครมีมุมมองอันเฉียบแหลมมากกว่ากันเท่านั้น
  6. วรรณกรรม งานเขียนหรืองานประพันธ์ก็ถือเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่น่าสนใจ มันสามารถสื่อสารถึงแนวคิด อารยธรรม วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ของศิลปินได้อย่างชัดเจน ผู้เสพเข้าถึงได้ง่ายกว่าศิลปะแขนงอื่นๆ
  7. งานสื่อผสม เป็นการนำศิลปะในแขนงอื่นๆ มาผสมผสานให้เกิดเป็นผลงานชิ้นใหม่ เช่น เอาจิตรกรรมมาผสมกับประติมากรรรม ภาพพิมพ์ เอาภาพถ่ายมาผสมกับประติมากรรม เป็นต้น งานสื่อผสมมีคุณสมบัติที่ช่วยส่งเสริมให้ศิลปินสามารถใช้ความคิดนอกกรอบได้มาก แต่ก็สร้างความสมดุลขององค์ประกอบศิลป์ได้ไม่ง่ายเหมือนกัน

การเสพงานศิลป์ทั้ง 7 แขนงจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางแขนงเพียงแค่ใช้เวลาไม่นานก็เข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง ถูกกระตุ้นอารมณ์ และความรู้สึกได้ง่าย แต่บางแขนงก็ต้องใช้เวลาในการตีความ อาจต้องมีการอ่านคำบรรยายหรือคำแนะนำจากศิลปินร่วมด้วย