ความสำคัญของการ วิจารณ์ งาน ศิลปะ ตะวันตก

Western art

ถึงแม้ว่างานด้านการวิจารณ์จะดูเหมือนไม่ค่อยจำเป็นเท่าไร หลายคนมองว่านักวิจารณ์ก็เป็นเพียงแค่คนที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเองไม่ได้ เอาแต่ตำหนิติเตียนคนที่ตั้งใจสร้างผลงานไปเรื่อยๆ แถมยังวิจารณ์กันจนเป็นอาชีพ สร้างรายได้อย่างง่ายดายไม่ต้องฝึกฝนฝีมืออะไรเลย แต่ความจริงแล้วนักวิจารณ์ที่มีคุณสมบัติของนักวิจารณ์อย่างแท้จริงมีความสำคัญอยู่เหมือนกัน เพราะพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นในบรรดาผู้สร้างสรรค์ผลงานมองเห็นข้อบกพร่องและช่องโหว่ในผลงานตัวเอง ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานที่เป็นไปในเชิงศิลปะ ซึ่งไม่มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัวที่จะมาวัดว่าผลงานชิ้นนี้ดีหรือไม่ดี หากไม่มีคนที่มาชี้จุดตำหนิบ้างเลย เราก็อาจจะไม่ได้เห็นผลงานอันทรงคุณค่าเลย เนื่องจากผู้สร้างสรรค์ต่างคิดว่าสิ่งที่ทำมันดีมากๆ อยู่แล้ว

นักวิจารณ์งานศิลปะที่ดีควรเป็นอย่างไร

การวิจารณ์งานศิลปะเป็นการแสดงความเห็นที่มีต่อผลงาน ซึ่งต้องอธิบายในหลากหลายมุมมอง ทั้งด้านความสุนทรีย์ การวางองค์ประกอบศิลป์ ตลอดจนความหมายแฝงที่อยู่ในผลงานนั้นๆ หมายความว่านักวิจารณ์จะต้องเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับงานศิลปะเป็นอย่างดี ต้องรู้ในลักษณะที่หลากหลาย กว้างขวางและลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่การรู้ว่าศิลปะมีกี่แขนง ไม่ใช่แค่รู้ว่าความสมดุลของผลงานเป็นอย่างไร แต่ต้องรู้ถึงประวัติศาสตร์ของงานศิลปะ พร้อมกับมีวิธีการคิดวิเคราะห์ที่แตกต่าง มีวิสัยทัศน์กว้างขวางด้วย

หลักเกณฑ์ในการประเมินผลงานทางศิลปะของนักวิจารณ์ที่ดี

ในทุกครั้งที่ทำการวิจารณ์งานศิลปะต้องยึดความเป็นกลางอย่างมาก และต้องวิจารณ์โดยอ้างอิงตามหลักการประเมินคุณค่าของผลงานศิลปะ 3 ด้าน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

– การประเมินคุณค่าทางด้านความงาม หัวใจสำคัญอย่างแรกก็คือความงดงาม ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะที่มีหลักปรัชญาหรือมีความหมายแฝงที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าขาดไปซึ่งความงามก็ไม่มีความหมายอะไร ความงามในที่นี่ก็สามารถดูได้จากองค์ประกอบศิลป์ ความเปล่งประกายบางอย่างที่มีพลังดึงดูด การเลือกใช้โทนสี การสื่อสารที่ชัดเจน ตลอดจนความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งกันเดียวของชิ้นงาน

– การประเมินคุณค่าทางด้านสาระ มันคือการวิเคราะห์ว่าอะไรคือแก่นแท้ของงานศิลปะ มีการแฝงแนวคิดเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม หรือจิตวิทยาบางอย่างเอาไว้หรือไม่ ซึ่งแก่นแท้ที่ว่านี้มีขอบเขตค่อนข้างกว้างมาก จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้แล้วแต่แนวทางในการนำเสนอของศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ความขัดแย้งทางสังคม ธรรมชาติ ความสงบ ความกลัว ได้ทั้งนั้น

– การประเมินคุณค่าทางด้านความรู้สึก งานศิลปะที่ดีต้องกระตุ้นความรู้สึกของผู้เสพงานศิลป์นั้นได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อาจจะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ทันทีที่เห็นผลงานหรือจะเป็นความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปก็ได้ ยิ่งความรู้สึกติดตรึงอยู่ภายในนานเท่าไรก็ยิ่งแสดงว่าผลงานชิ้นนั้นประสบความสำเร็จในทางด้านความรู้สึกอย่างมาก

 คุณค่าที่นักวิจารณ์มีต่องานศิลปะ

– ช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาในการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปิน พร้อมกับช่วยชี้แนะแนวทางที่หลากหลายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้ศิลปินลองเลือกดูได้

– ช่วยประเมินคุณค่าและมูลค่าของผลงานศิลปะแทนศิลปิน ซึ่งปกติแล้วศิลปินส่วนใหญ่จะไม่นิยมประเมินมูลค่าของผลงานตัวเอง เมื่อเป็นอย่างนี้เวลาที่ต้องซื้อขายก็จะเกิดความยุ่งยากลำบากได้

– ช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจและเข้าถึงแก่นแท้ของผลงานศิลปะได้ง่ายขึ้น การอธิบายขยายความจากนักวิจารณ์ที่มีองค์ความรู้นั้นมีประโยชน์มาก พวกเขาจะชี้ให้เห็นคุณค่าในจุดที่หลายคนมองข้าม พวกเขาจะบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการสร้างสรรค์ผลงานนั้น

– ช่วยเป็นคนกลางในการสื่อสารระหว่างศิลปิน ผู้เสพผลงาน เพราะหลายครั้งศิลปินก็ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่ตัวเองต้องการบอกต่อเป็นคำพูดที่คนอื่นเข้าใจได้ง่าย เมื่อมีคนที่รู้ทั้งศาสตร์งานศิลป์และเข้าใจการใช้ทักษะทางภาษา ก็จะช่วยให้การสื่อสารสมบูรณ์มากขึ้น